# มานะสตูดิโอ (Manastudio) — Full Content Bundle > One-shot context dump for LLM ingestion. Auto-generated from the live SvelteKit source. For the curated index, see https://manastudio.net/llms.txt Site: https://manastudio.net Generated from: src/routes/**/+page.svelte Language: ภาษาไทย (Thai) --- ## มานะสตูดิโอ — สอนออกแบบ ทำพอร์ตยื่นมหาวิทยาลัย ใกล้ BTS พญาไท URL: https://manastudio.net/ > มานะสตูดิโอ (Manastudio) ห้องเรียนสอนกราฟิกดีไซน์และศิลปะในกรุงเทพ ใกล้ BTS พญาไท สอนทำพอร์ตยื่นเรขศิลป์ คอมดี ออกแบบสื่อสาร นฤมิตศิลป์ ทัศนศิลป์ ### เรขศิลป์เรียนอะไร ### คอมดีเรียนอะไร ### นฤมิตศิลป์คืออะไร ### ทัศนศิลป์คืออะไร ### รายชื่อคณะที่เรียนออกแบบและศิลปะ ### PDF คืออะไร ### ไฟล์ที่นักกราฟิกต้องรู้จัก ### การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สำหรับเรียนกราฟิก --- ## เกี่ยวกับมานะสตูดิโอ — สอนออกแบบ ทำพอร์ตยื่นมหาวิทยาลัย ใกล้ BTS พญาไท URL: https://manastudio.net/about > มานะสตูดิโอ (Manastudio) ห้องเรียนสอนออกแบบกราฟิกและศิลปะในกรุงเทพ ใกล้ BTS พญาไท สอนทำพอร์ตยื่นเรขศิลป์ คอมดี ออกแบบสื่อสาร นฤมิตศิลป์ ทัศนศิลป์ มานะสตูดิโอ (Manastudio) เป็นห้องเรียนสอนออกแบบกราฟิกและศิลปะในกรุงเทพ ใกล้ BTS พญาไท เน้นการเตรียมพอร์ตโฟลิโอเพื่อยื่นเข้าคณะออกแบบและศิลปะในระดับมหาวิทยาลัย เช่น เรขศิลป์ คอมดี ออกแบบสื่อสาร นฤมิตศิลป์ และทัศนศิลป์ --- ## คอร์สออกแบบ — ทำพอร์ตยื่นเรขศิลป์ คอมดี ออกแบบสื่อสาร | มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/คอร์สออกแบบ > คอร์สออกแบบ สอนทำพอร์ตยื่นเรขศิลป์ คอมดี ออกแบบสื่อสาร นิเทศศิลป์ ที่มานะสตูดิโอ ใกล้ BTS พญาไท --- ## คอร์สทัศนศิลป์ — ทำพอร์ตยื่นจิตรกรรม ทัศนศิลป์ อิลลัสเตรชั่น | มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/คอร์สทัศนศิลป์ > คอร์สทัศนศิลป์ สอนทำพอร์ตยื่นจิตรกรรม ศิลปากร ทัศนศิลป์ จุฬา อิลลัสเตรชั่น ลาดกระบัง ที่มานะสตูดิโอ ใกล้ BTS พญาไท --- ## Portfolio Roadmap 2026 — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/portfolio-roadmap > คอร์สทำพอร์ตยื่น เรขศิลป์ คอมดี ออกแบบสื่อสาร เรียนทักษะออกแบบเจาะลึกทีละเรื่อง ทุกวิชาได้ผลงานจริงใส่พอร์ต มกราคม–สิงหาคม เรียนออกแบบทีละเรื่อง ตั้งแต่สีและวัสดุ ตัวอักษร สิ่งพิมพ์ ไปจนถึงถ่ายภาพ 3D และ Motion Design "ทุกวิชาได้ผลงานจริงใส่พอร์ต" สิงหาคม–พฤศจิกายน เอาโปรเจคต์ย่อยที่ทำจากวิชาหลักมาพัฒนาต่อและรวมเป็นเล่ม พฤศจิกายน–ธันวาคม ฝึกทำแบบทดสอบปฏิบัติและเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ ### เข้าสู่โลกของกราฟิกดีไซน์ ### สีและวัสดุ ### ตัวอักษร เลย์เอาต์ และการนำไปใช้ ### ข้อมูลและสิ่งพิมพ์ --- ## Intro to Graphic Design — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/portfolio-roadmap/intro-to-graphic-design > คอร์สเรียนกราฟิกดีไซน์เบื้องต้น เรียนรู้การออกแบบกราฟิก ประวัติศาสตร์การออกแบบ และ Field Trip งาน Bangkok Design Week ที่ฟิลด์ทริปนี้แถวบริษัท ร่วมทำกิจกรรมกับนิสิตนักศึกษาจาก Thammasat ส่วนที่เลือกมาคือ คอลแลปที่ถูกใจรับน้องปีหนึ่ง อ่านใบปลิวจากการสัมภาษณ์ว่าที่ศิษย์เก่าคุยกัน --- ## Colors and Materials — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/portfolio-roadmap/colors-and-materials > คอร์สเรียนเรื่องสีและวัสดุ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของสี การผสมสี กระดาษสำหรับงานออกแบบ และ Field Trip สำเพ็ง ในคอร์สนี้น้อง ๆ จะได้เรียนรู้เรื่องสีและวัสดุอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ของสี การผสมสี ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม พร้อมทั้งได้ออกไป Field Trip ที่สำเพ็ง เพื่อสำรวจและเก็บรวบรวมวัสดุต่าง ๆ --- ## Typography, Layout, Application — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/portfolio-roadmap/typography-layout-application > คอร์สเรียน Typography และ Layout การใช้งาน Adobe Illustrator เพื่อการออกแบบกราฟิก เรียนรู้การจัดการตัวอักษร Grid และการวางเลย์เอาท์ Student projects showcasing typography and layout design skills developed throughout the course. --- ## Data & Publication — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/portfolio-roadmap/data-and-publication > คอร์สเรียนออกแบบสิ่งพิมพ์ หนังสือ zine และ Data Visualization เรียนรู้การวาง Layout การเย็บเล่ม การเลือกกระดาษ และการเตรียมไฟล์ส่งโรงพิมพ์จริง --- ## Workshop — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/workshop > เวิร์คช็อปสั้น จบในคาบหรือหลายคาบ ว่างวันไหนก็เลือกมาแค่วันนั้น Watercolor, Design Tools และ Workshop อื่น ๆ ### Watercolor : Cloud Study ### Design Tools, Stationery & Sketchbooks ### Portrait in Tweed ### Petals & Paper Workshop --- ## Watercolor: Cloud Study — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/workshop/watercolor > คอร์สเรียนสีน้ำเบื้องต้น เรียนรู้พื้นฐานสีน้ำ เทคนิคการไล่สี การสร้างบรรยากาศ ท้องฟ้า และก้อนเมฆ --- ## Design Tools, Stationery & Sketchbooks — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/workshop/design-tools-stationery > คอร์สเรียนรู้เครื่องมือออกแบบ เครื่องเขียน และสมุดสเก็ตช์ สำหรับนักออกแบบ --- ## Fine Art Session — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/fine-art-session > ห้องเรียนศิลปะแบบ self-paced ครูดูและจัดโปรแกรมให้เป็นรายคน วาดเส้น สีอะคริลิก สีน้ำ Landscape --- ## Color Reference — Manastudio URL: https://manastudio.net/colors > A comprehensive color reference guide showcasing commonly known and less familiar colors for design and creative work. A curated collection of colors displayed in the P3 color space for enhanced vibrancy and accuracy on modern displays. ### Commonly Known Colors ### Less Commonly Known Colors --- ## เรขศิลป์เรียนอะไร — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/เรขศิลป์เรียนอะไร > เรขศิลป์หรือ Graphic Design เรียนอะไรบ้างตั้งแต่ปี 1-4 จบมาแล้วทำงานอะไร และใครเหมาะจะเรียนเรขศิลป์บ้าง เรขศิลป์หรือ Graphic Design เป็นวิชาเอกในภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรม จุฬาฯ แต่ละมหาวิทยาลัยก็มีชื่อเรียกวิชานี้แตกต่างกัน เช่น - นิเทศศิลป์ ของศิลปากร ลาดกระบัง - ออกแบบสื่อสาร ของมศว - เรขศิลป์ ของศิลปกรรม จุฬาฯ - CommDe (Communication Design) ของสถาปัตย์ จุฬาฯ - CommDes (Communication Design) ของบางมด เรขศิลป์เรียนอะไรบ้าง ### การเรียนปี 1 — ชีวิตใหม่ในมหาลัย ช่วงปี 1 สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตมหาลัย รวมไปถึงกิจกรรมรับน้องที่หลาย ๆ คนอาจจะกลัว ที่คณะศิลปกรรมกิจกรรมรับน้องไม่ถือว่าหนักหนาเกินไป สำหรับวิชาที่เรียนก็จะมีพื้นฐานการออกแบบ 2 มิติ 3 มิติ วาดเส้น ประวัติศาสตร์ศิลป์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิชาพื้นฐานของเมเจอร์ทั้งหมดในนฤมิตศิลป์ โดยรวมเป็นปีที่เรียนไม่ยากแต่อาจจะรู้สึกว่ากิจกรรมเยอะไม่ค่อยมีเวลาทำการบ้าน ### การเรียนปี 2 — พื้นฐานกราฟิก ปีสองเป็นปีแรกที่น้อง ๆ จะได้เรียนวิชาเมเจอร์ของตัวเองอย่างจริงจัง สำหรับเรขศิลป์ก็จะเป็น Graphic 1-5 ใน 1 เทอมก็เรียน 1 ตัว อาจจะเรียงไม่เหมือนกันในแต่ละปี โดยปกติปีสองจะเรียนเรื่อง Typography, Environmental Graphic Design, เรียนการเขียน Design Brief, เรียนวิชา Color หรือ Illustration ส่วนพวกวิชาการก็เรียนคล้าย ๆ ปีหนึ่งคือพวกภาษา ประวัติศาสตร์ศิลปะและที่เพิ่มมาคือวิชาเลือกนอกคณะที่น้อง ๆ เลือกได้เองว่าอยากเรียนวิชาของคณะอะไร ### การเรียนปี 3 — เป็นนักศึกษาฝึกงาน โดยรวมน้อง ๆ จะได้เรียนวิชาที่ยากขึ้น มีกระบวนการคิดการทำงานแต่ละโปรเจ็คที่ยาวนานขึ้น วิชา Graphic มักจะเรียนเรื่อง Branding, Editorial Design (เรียนทำหนังสือทำแม็กกาซีน), เรียน Ad (โฆษณา), วิชาการเขียนวิจัย ฯลฯ อาจจะมีอาจารย์พิเศษนอกคณะมาสอนวิชา Photo หรือวิชาพิเศษอื่น ๆ และในระหว่างปิดเทอมจะต้องไปฝึกงาน โดยน้อง ๆ จะต้องทำพอร์ตเพื่อยื่นฝึกงานแต่ละที่ด้วยตนเอง งานที่อยู่ในพอร์ตส่วนมากก็จะเป็นงานระหว่างที่เราเรียนปี 1-3 ### การเรียนปี 4 — ทีสิส ปีสี่จะเป็นปีที่เราทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการทำทีสิส โดยเราจะต้องคิดหัวข้อตั้งแต่ช่วงปิดเทอม เปิดเทอมปีสี่เราก็ยื่นหัวข้อ ถ้าผ่านก็สามารถเขียนวิจัยต่อได้เลย ส่วนในเทอมสองจะเป็นการออกแบบทีสิส โดยนำวิจัยที่เราทำเสร็จแล้วมาใช้ ปีสี่เป็นปีที่ว่างมากที่สุด น้อง ๆ บางคนที่เรียนวิชาเลือกครบแล้วอาจจะเรียนแค่อาทิตย์ละ 1-2 วัน เทอมสองก็ไปเจออาจารย์ที่ปรึกษาตามที่อาจารย์นัด ไม่มีวิชาที่ต้องเรียน จบมาแล้วทำงานอะไร สายงานของนักกราฟิกมีความหลากหลายมาก หลายคนก็ไปอยู่บริษัทกราฟิกทั้งขนาดเล็กและใหญ่ บางคนทำงานกับสำนักพิมพ์ บางคนไปทำเว็บไซต์ หรือถ้าเป็นคนที่คิดเก่ง ๆ ก็ไปอยู่กับบริษัทโฆษณา ตัวอย่างงานและตำแหน่งที่น้องควรรู้จักได้แก่ - นักกราฟิก (Graphic Designer) เป็นความหมายกว้าง ๆ ทำงานออกแบบหน้าปกหนังสือ จัดเลย์เอาท์ ออกแบบ Brand Identity ออกแบบ Environmental Graphic ฯลฯ - นักวาดภาพประกอบ (Illustrator) วาดภาพประกอบสำหรับสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือ นิตยสาร บรรจุภัณฑ์ ป้าย โบรชัวร์ สติ้กเกอร์ ฯลฯ - นักคิดโฆษณา (Creative) คือคนที่มีหน้าที่คิดโฆษณา โดยอาจจะไม่ต้องคิดภาพหรือออกแบบอะไรเลยก็ได้ - ผู้กำกับศิลป์ (Art Director) คนที่ออกแบบภาพและกำหนดทิศทางองค์ประกอบศิลป์ ในแมกกาซีน หนังสือ ภาพถ่าย โฆษณาหรือแม้แต่ภาพยนตร์ - นักออกแบบตัวอักษร (Typographer) คนออกแบบตัวอักษรหรือฟอนต์ - ห้องอาร์ต หมายถึง คนที่คอยรับคำสั่งจากนักออกแบบ ทำตามคำสั่งต่าง ๆ เช่น วาดรูป ไดคัทรูป รีทัชรูป ฯลฯ ถ้าใครยังนึกไม่ออก ลองเข้าไปดูตัวอย่างกันค่ะว่าสตูดิโอกราฟิกเค้าทำงานอะไรกันบ้าง ครึ่งแรกจะเป็นสตูดิโอต่างประเทศส่วนครึ่งหลังเป็นสตูดิโอในประเทศไทยนะคะ - sagmeisterwalsh.com - pentagram.com - graphicthoughtfacility.com - bigactive.com - spin.co.uk - wangzhihong.com - practical.co.th - marketingmaterials.info - verykindinvention.com - studio150.info - theuniformdesignstudio.com - cadsondemak.com ใครเหมาะจะเรียนเรขศิลป์บ้าง คนที่เหมาะจะเรียนเรขศิลป์ ก็จะมีนิสัยของนักออกแบบ คือสนใจเรื่องความงามและประโยชน์ใช้สอย ช่างสังเกต มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบลองผิดลองถูกหรือหาคำตอบใหม่ ๆ เป็นคนมีความคิดเห็น เป็นคนชอบแก้ปัญหา สามารถอธิบายสิ่งที่ตัวเองคิดได้ ข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนเรียนเรขศิลป์ สำหรับน้อง ๆ ที่ชอบวาดการ์ตูน หรือทำ Animation ก็มีคณะอื่น ๆ ที่จะเหมาะสมกว่าเรขศิลป์นะคะ เพราะเรขศิลป์จะไม่เน้นเรื่องการวาดการ์ตูนหรือทำ Animation บางคนเข้าใจผิดกว่าจะรู้ตัวก็ขึ้นปี 2-3 แล้ว อีกกรณีที่ต้องระวังคือ การเรียนเรขศิลป์ไม่ใช่การเรียนคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่การเรียน Photoshop Illustrator คนที่ชอบทำงานคอม อาจจะไม่ได้ชอบออกแบบกราฟิกก็ได้ ตลอด 4 ปีที่เรียน น้อง ๆ อาจจะได้เรียนวิชาคอมพิวเตอร์เพียง 1-2 ตัวเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการหาความรู้หรือเรียนด้วยตัวเองค่ะ ข้อดีของการเรียนเรขศิลป์ จุดเด่นของเรขศิลป์คือการออกแบบอย่างมีเหตุผล มีที่มาที่ไป มองการออกแบบว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ใช่แค่การตกแต่งให้สวยงาม ทำให้น้อง ๆ ที่จบมาค่อนข้างพร้อมกับการทำงานจริง เนื่องจากเรขศิลป์รับจำนวนน้อย 1 รุ่นรับ 20 คน ทำให้การแข่งขันสูง เพื่อน ๆ ในห้องส่วนใหญ่จะมีความตั้งใจทำให้เราขยันไปด้วย สุดท้ายคือการเรียนในใจกลางเมือง ทำให้เราได้พบเห็นงานออกแบบตามห้างสรรพสินค้าตามสยาม สามารถไปพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการต่าง ๆ ได้สะดวก มีอีเว้นท์ที่เกี่ยวกับการออกแบบอยู่บ่อย ๆ รูปจาก - instagram.com/ireneisirene - instagram.com/jentwo - instagram.com/bellpmk - instagram.com/tottiewsnt - instagram.com/giftptrp --- ## คอมดีเรียนอะไร — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/คอมดีเรียนอะไร > คอมดี Communication Design เรียนอะไรบ้างตั้งแต่ปี 1-4 จบไปแล้วทำงานอะไร และใครเหมาะจะเรียนคอมดีบ้าง คอมดี (Communication Design) เป็นภาควิชาในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เรียนด้านการออกแบบสื่อสาร โดยแต่ละปีจะรับนักเรียนประมาณ 50 คน น้อง ๆ จะต้องสอบภาษาอังกฤษและเลขพร้อมไปกับการยื่นพอร์ตในช่วงเดือนมกราคม หลังจากนั้นทางคณะจะเรียกไปสัมภาษณ์ เมื่อเสร็จขั้นตอนทั้งหมดแล้วก็รอการประกาศผลสอบ ถ้าน้อง ๆ อยากรู้ว่าการเรียนคอมดี ต่างจากการเรียนเรขศิลป์ นิเทศศิลป์ยังไง ลองอ่านบทความเรื่องเรขศิลป์เรียนอะไรเพิ่มเติมได้ค่ะ คอมดีเรียนอะไรบ้าง ### การเรียนปี 1 น้องใหม่เข้ามาปีแรก ทาง commde จะให้ทุกคนเข้าเรียนวิชาปรับพื้นฐานช่วงซัมเมอร์ เป็นวิชาสนุก ๆ เหมือนให้น้อง ๆ เปิดรับอะไรใหม่ ๆ ปรับความคิดตัวองก่อนจะเข้าไปเรียนจริง ๆ เช่นวิชาชื่อ creative chaos ที่ทุกปีจะมีแขกรับเชิญมาพูดให้ความรู้ ในช่วงนั้นน้อง ๆ ก็จะได้ร่วมกิจกรรมรับน้องรวมของคณะสถาปัตย์ไปด้วย เริ่มตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดเทอมยาวมาจนถึงเปิดเทอมเลย การเรียนตอนปี 1 ส่วนใหญ่จะเป็นวิชาที่เน้นสอนเรื่องระบบความคิด และการตั้งคำถามต่อสิ่งต่าง ๆ หลักๆคือวิชา Design I และ Design II ที่สอนตั้งแต่ทักษะเบื้องต้นของการออกแบบ จนถึง creative process ของการคิดและผลิตงาน งานที่ได้ทำส่วนใหญ่มักจะเป็นงานทำมือ เน้นการทดลองกับ material ต่าง ๆ นอกจากนี้น้องๆก็จะได้เรียนวิชาที่สอนด้านทักษะโดยเฉพาะคือ illustration, photography, 3D ด้วย ปี 1 จะเป็นปีที่ต้องปรับตัวกับระบบการทำงาน และก็ต้องแบ่งเวลาให้ดีเพราะกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะก็มีความสำคัญ เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ไม่อยากให้น้อง ๆ พลาด ### การเรียนปี 2 พอขึ้นปี 2 วิชาที่เรียนจะเน้นไปทาง graphic มากขึ้น น้องๆจะได้เรียนรู้ด้านการจัดองค์ประกอบทางกราฟิก ไปถึงงานสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ การจัด layout และ typography งานส่วนใหญ่ที่ได้ทำจึงจะต้องใช้คอมพิวเตอร์มาเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างสรรค์งาน ซึ่งจะต่างกับปี 1 นอกจากนี้ยังมีวิชา display design ที่สอนการเลือกใช้ ของ และวัสดุที่ถูกต้องเพื่อที่จะสื่อสาร idea ออกมาได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในปีนี้จะเป็นปีแรกที่น้อง ๆ จะได้เลือกวิชาเรียนเองตามที่น้องสนใจด้วย คือวิชา open studio และ free elective วิชาพวกนี้จะเกี่ยวข้องกับงานออกแบบในหลาย ๆ ด้าน ที่นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน เช่น วิชาเกี่ยวกับการทำหนัง หรือ การทำสมุด โดยรวมในปี 2 น้อง ๆ จะได้เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ที่จะช่วยในการสื่อสารงานมากขึ้น รวมถึงวิธีการจบชิ้นงานต่าง ๆ ให้ดูสมบูรณ์ ### การเรียนปี 3 ปี 3 จะเริ่มพูดถึงงานที่นอกเหนือจากงาน graphic สองมิติ ด้วยการนำเรื่องของ เสียง และ ภาพเคลื่อนไหว มาใช้ในการออกแบบ โดยวิชาที่เรียนปีนี้จะเน้นงานที่เป็น time-based design หรืองานที่มีเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องในการรับรู้สาร นอกจากนี้น้อง ๆ จะได้เรียนวิชา interactive design ที่สอนเรื่องการเขียนโปรแกรมต่างๆ รวมถึงการทำ application ที่ให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้มุมมองของผู้ใช้งานด้วย ในขณะเดียวกันก็ยังมีวิชา media design ที่สอนการออกแบบสื่อทั้งเก่าและใหม่ คือสิ่งพิมพ์ และ เว็บไซต์ เพราะฉะงั้นงานที่ได้ทำในปีนี้ส่วนใหญ่จะเปิดกว้างมากขึ้นทางด้านสื่อที่ใช้ในการออกแบบต่าง ๆ โดยรวมในปีนี้จะเหนื่อยหน่อยเพราะงานที่ทำส่วนใหญ่อาศัยเวลาในการทำค่อนข้างมาก และยังต้องเตรียมตัวกับการยื่นฝึกงานในช่วงปิดเทอมด้วย แต่ก็มีวิชาที่จะช่วยสอนการทำ portfolio ที่ถูกต้องและเป็นมืออาชีพ เพื่อให้น้อง ๆ ได้ยื่นฝึกงานได้ทันเวลา ### การเรียนปี 4 ปีนี้จะเป็นปีที่น้องๆต้องทำ senior project หรือ thesis ซึ่งจะเป็นโปรเจ็คเดี่ยว และโปรเจ็คเดียวที่จะได้ทำตลอดทั้งปี โดยที่โปรเจ็คนี้จะมีจุดเริ่มต้นจากความสนใจของตัวเอง น้อง ๆ จะต้องหาข้อมูลและพัฒนาแนวคิดไปเรื่อยๆจนถึงการตั้งโจทย์ให้กับงานของตัวเอง และผลิตงานนั้นออกมาในท้ายที่สุด การทำงานในปีนี้จะต้องอาศัยความรับผิดชอบต่อตัวเองสูง เพราะการที่มีเรียนเพียงวิชาเดียว น้อง ๆ จะเหมือนว่ามีเวลาว่างเยอะ แต่ในความจริงแล้วการทำงานโปรเจ็คใหญ่แบบนี้ต้องใช้เวลาจำนวนมากไปกับการตกผลึกความคิดและการทดลองต่าง ๆ รวมไปถึงกระบวนการผลิตตัวงานและการนำเสนอ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเมื่อจบโปรเจ็ค ตัวงานจะถูกนำไปจัดแสดงใน exhibition ที่น้องและเพื่อน ๆ ในรุ่นจะได้เป็นคนออกแบบเองทั้งหมด จบไปแล้วทำงานอะไร คนที่เรียนจบจาก commde ไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะไปเป็นนักออกแบบที่ทำงานในบริษัทน้อยใหญ่ ทั้ง graphic studio หรือ agency โฆษณา production house รวมถึง freelance บางส่วนก็ไปเป็น in-house graphic designer ให้กับบริษัทต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีคนที่จบไปทำงานในอาชีพอื่น ๆ ในสาย creative เช่น เป็น curator ให้กับ art gallery หรือไปต่อยอดในสายงานที่ตัวเองสนใจ เช่น product design, fashion design ใครเหมาะจะเรียนคอมดีบ้าง น้อง ๆ ที่อยากเรียนคอมดีควรจะมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีพอประมาณ ชอบและสนใจงานออกแบบ ไปดูงานไปอีเว้นท์ที่เกี่ยวกับการออกแบบบ่อย ๆ สามารถทำงานหนักได้อดนอนได้ ที่สำคัญคือที่บ้านต้องมีฐานะเพราะแต่ละปีก็จะมีการทัศนศึกษาต่างประเทศ มีค่าอุปกรณ์การเรียนต้องซื้อของมาทำงานอยู่เป็นประจำ รูปจาก - พริม พริมา - instagram.com/mindwanus - instagram.com/maneepisut - instagram.com/maneejai --- ## นฤมิตศิลป์คืออะไร — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/นฤมิตศิลป์คืออะไร > ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เรียนอะไรบ้าง 4 วิชาเอก เรขศิลป์ แฟชั่น หัตถศิลป์ นิทรรศการศิลป์ ภาควิชานฤมิตศิลป์อยู่ในคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เรียนเกี่ยวกับการออกแบบ เน้นกระบวนการคิดและออกแบบอย่างมีระบบ ตอบโจทย์ได้ แบ่งออกเป็นวิชาเอก 4 วิชาเอกดังนี้ - เรขศิลป์ (Graphic Design) รับปีละ 20 คน - แฟชั่นและสิ่งทอ (Fashion & Textile) รับปีละ 20 คน - หัตถศิลป์ (Ceramic) รับปีละ 10 คน - นิทรรศการศิลป์ (Exhibition) รับปีละ 10 คน * จำนวนที่รับอาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปีการศึกษา ### เรขศิลป์ (Graphic Design) เรขศิลป์เรียนเกี่ยวกับ "การสื่อสาร" ด้วยภาพและตัวอักษร เช่น การออกแบบโปสเตอร์ หนังสือ แม็กกาซีน ออกแบบป้าย ออกแบบเว็บไซต์ ออกแบบตัวอักษร ฯลฯ **จบไปทำงานอะไร?** เรขศิลป์เป็นสาขาที่ตกงานยากมาก จะทำงานในบริษัทเอเจนซี่ใหญ่ ๆ หรือสตูดิโอเล็ก ๆ ก็ได้ จะเป็นนักออกแบบอิสระ (Freelance) ฉายเดี่ยวรับงานเองทำงานเองก็ได้ และมีบางคนที่หันไปทำงานเป็น Creative คิดโฆษณา **ทางเลือกสำหรับน้องที่อยากเรียนเรขศิลป์** - ภาควิชนฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร - CommDe (Communication Design) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - สาขาการออกแบบการสื่อสาร ภาควิชาการออกแบบทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ - สาขาวิชานิเทศศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง - CommDes (Communication Design) ออกแบบนิเทศศิลป์(หลักสูตรนานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(บางมด) - สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ### แฟชั่นและสิ่งทอ(มัณฑนศิลป์) (Fashion & Textile) เป็นสาขาวิชาที่เรียนรู้การออกแบบเครื่องแต่งกาย ตั้งแต่ความรู้ด้านประวัติศาสตร์แฟชั่น การหาแรงบัลดาลใจมาสร้างสรรค์งานออกแบบ การสร้างแบบตัดเสื้อขั้นพื้นฐาน การสร้างคอลเลคชั่น การตลาดแฟชั่น การสร้างแบรนด์ การวิเคราะห์แนวโน้มแฟชั่น และการออกแบบเครื่องประดับ เช่น รองเท้า กระเป๋า **จบไปทำงานอะไร?** เรียนจบแล้วสามารถเป็นดีไซเนอร์, สไตล์ลิส (ควบคุมเสื้อผ้าหน้าผมและ Art Direction ของงาน), Costume Designer (ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายของนักแสดง), Merchandising (ผู้ดูแลด้านสินค้า ประสานงานขาย และดูแลภาพลักษณ์ของร้าน), Buyer (ฝ่ายจัดซื้อ) และ Textile Designer (นักออกแบบสิ่งทอ) ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน **ทางเลือกสำหรับน้องที่อยากเรียนแฟชั่น** - ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - ภาควิชาออกแบบแฟชั่นดีไซน์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร - สาขาการออกแบบแฟชั่น ภาควิชาการออกแบบทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ - สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ - คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบพัตราภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ### หัตถศิลป์ (Ceramic) เรียนการออกแบบและการผลิตเครื่องปั้นดินเผา เช่น ถ้วย จานชาม เครื่องประดับ กระถางต้นไม้ ไปจนถึงของตกแต่งบ้านที่ทำจากเซรามิก เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบ ประวัติเครื่องปั้นดินเผา การขึ้นรูปด้วยมือ การขึ้นด้วยแป้นหมุน การผลิตแบบอุตสาหกรรม เช่น การหล่อ การทำแม่พิมพ์ การเคลือบ การเผา การตกแต่ง **จบไปทำงานอะไร?** สามารถเลือกได้ว่าจะทำงานกับบริษัทใหญ่ ๆ เช่น cotto หรือไปทำด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือเครื่องประดับ หรือจะทำเป็นลักษณะสตูดิโอเล็กรับทำงานที่สั่งทำพิเศษ เช่น ตามโรงแรมที่ต้องการมีถ้วยชามหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใคร หรืออาจจะทำงานอิสระเป็นศิลปินเซรามิกเต็มตัวก็ได้ **ทางเลือกสำหรับน้องที่อยากเรียนหัตถศิลป์ (เซรามิก)** - ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - ภาควิชาออกแบบเครื่องปั้นดินเผา คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร - สาขาเซรามิก ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ - ภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ### นิทรรศการศิลป์ (Exhibition) นิทรรศการศิลป์เรียนการออกแบบ Window Display (หน้าร้านที่อยู่ตามห้าง) พิพิธภัณฑ์ บูธแสดงสินค้า ฯลฯ ตั้งแต่การการออกแบบโครงสร้าง การตกแต่งและการนำเสนอข้อมูล ได้ทำงานทั้ง 2 มิติและ 3 มิติ **จบไปทำงานอะไร?** ออกแบบนิทรรศการต่าง ๆ ทั้งงานแสดงสินค้า Window Display พิพิธภัณฑ์ ข้อดีคือได้ทำงานหลากหลาย เนื่องจากงานนิทรรศการมักจะมาเร็วไปเร็ว ลูกค้ามักให้เวลาจำกัดมากในแต่ละงาน **ทางเลือกสำหรับน้องที่อยากเรียนนิทรรศการศิลป์** ปัจจุบันยังไม่มีคณะอื่น ๆ ที่เปิดสาขานี้โดยตรง แต่คนที่เรียนสถาปัตย์หรือตกแต่งภายในก็มีความรู้ที่นำมาปรับใช้กับการทำงานสาขานี้ได้ ### ภาควิชานฤมิตศิลป์สอบเข้ายากแค่ไหน? ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัว เพราะการสอบเข้านฤมิตศิลป์มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะวิชาแฟชั่นและภาควิชาเรขศิลป์ ที่โจทย์เยอะจนน้อง ๆ ทำกันไม่ค่อยทัน นอกจากนี้ยังมีวิชาทฤษฎีนฤมิตศิลป์ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลป์ และความรู้รอบตัวด้านศิลปะและการออกแบบซึ่งเป็นเรื่องที่น้อง ๆ ต้องสะสมเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีคณะและมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อีกมากที่เรียนออกแบบ สาขาคล้ายกับของนฤมิตศิลป์ ทำให้น้อง ๆ สามารถใช้ทักษะที่ติวเพื่อเข้านฤมิตศิลป์ไปสอบเข้าที่อื่นได้ด้วย รูปจาก - sagmeisterwalsh.com - universityoffashion.com - ok-rm.co.uk - leibal.com --- ## ทัศนศิลป์คืออะไร — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/ทัศนศิลป์คืออะไร > ทัศนศิลป์ วิจิตรศิลป์ Fine Arts คืออะไร มีกี่สาขาวิชา จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสม จบไปทำงานอะไร เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "วิจิตรศิลป์" (Fine Arts) คือ ภาพวาด ภาพจิตรกรรมฝาผนัง งานปั้น หรืองานแกะสลักต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากฝีมือมนุษย์ที่ผ่านการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญเพื่อให้เกิดความงาม ความสุนทรีย์ต่อผู้พบเห็น ศิลปะจึงเกิดขึ้นเนื่องจากเรานิยมยินดีที่จะเข้าใกล้สิ่งสวยงาม หรือแม้แต่ของสิ่งเดียวกันหลาย ๆ ชิ้น เราก็มักจะเลือกอันที่สวยงามที่สุดมาเป็นเจ้าของ ผลงานที่สร้างสรรค์นั้นจะขึ้นอยู่กับตัวศิลปินเอง ไม่ได้ทำเพื่อใคร หรือมีใครมาให้โจทย์ที่จะต้องทำตาม ศิลปินจะมีอิสระทางความคิดสูง และสามารถใส่ตัวตนและความรู้สึกลงไปในผลงานได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะสื่อสารอารมณ์ และบอกเล่าความรู้สึกออกมาเป็น "ภาษาภาพ" ให้คนได้มองและรับรู้ผ่านทางตา ทัศนศิลป์มีกี่สาขาวิชา การเรียนสาขาทัศนศิลป์จะเน้นหนักในด้านการฝึกทักษะพื้นฐานต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เช่น การวาดเส้น ระบายสี ปั้น แกะสลัก และทักษะทางความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงกระบวนการในการออกแบบผลงาน ในที่นี้จะขอแบ่งเป็น 4 สาขาตามหลักสูตรของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ### 1. จิตรกรรม (Painting) คือผลงานศิลปะต่าง ๆ ที่เป็นรูปแบบ 2 มิติโดยใช้กรรมวิธี เช่น การเขียน การวาด หรือการระบายสี ลงบนวัสดุ เช่น กระดาษ ผ้า กำแพง ฯลฯ เพื่อให้เกิดความงามและสามารถสื่อสารแนวความคิด อารมณ์ ความรู้สึกของศิลปินออกมาได้ โดยสามารถใช้ตัวกลางหรือสื่อกลาง(medium)ต่าง ๆ มาเป็นตัวจัดการกับผลงานให้ออกมาในลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น สีน้ำ สีฝุ่น สีน้ำมัน สีอะคริลิก หรือแม้กระทั่งสีสเปรย์ ### 2. ประติมากรรม (Sculpture) คือผลงานศิลปะในรูปแบบ 3 มิติ ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยการปั้น การประกอบเชื่อมต่อ และการแกะสลัก โดยมีวัสดุหลากหลาย เช่น ดิน ปูน หิน เหล็ก ไม้ ฯลฯ โดยศิลปินผู้สร้างสรรค์มักจะต้องกำหนดแนวความคิด เพื่อตีความหมายออกมา แล้วนำมาใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการเลือกใช้วัสดุ และกรรมวิธีในการสร้างสรรค์ งานประติมากรรมมีทั้งขนาดเล็กวางตั้งไว้ในบ้าน หรือบนโต๊ะได้ ไปจนกระทั่งขนาดใหญ่อย่างเช่น อนุเสาวรีย์ต่าง ๆ ประติมากรรมเป็นผลงานศิลปะที่มีความยากในการสร้างสรรค์มากกว่าสาขาอื่น ๆ เพราะผู้สร้างสรรค์จะต้องมีความแม่นยำและเชี่ยวชาญ เพราะเมื่อมองจากทุกด้านแล้วต้องมีความสวยงามเท่าเทียมกัน ต่างจากจิตรกรรมที่มองให้สวยเพียงด้านเดียวก็เพียงพอ ### 3. ภาพพิมพ์ (Printmaking) ภาพพิมพ์จะเป็นงานศิลปะที่มีขั้นตอนและกระบวนการในการสร้างสรรค์มากที่สุด เหมาะกับคนที่มีสมาธิ และละเอียดอ่อนในการทำงาน เรามักจะเห็นกระบวนการภาพพิมพ์เข้าไปอยู่ในระบบอุตสาหกรรมค่อนข้างมาก เพราะข้อดีของกระบวนการภาพพิมพ์คือสามารถผลิตผลงานออกมาได้จำนวนมาก เช่น โรงพิมพ์หนังสือ โรงสกรีนลายเสื้อ โดยภาพพิมพ์แบ่งกรรมวิธีออกเป็น 4 รูปแบบคือ ภาพพิมพ์แกะไม้ (Woodcut) จะใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการแกะสลักแผ่นไม้ ให้เป็นลวดลายตามที่ต้องการ แล้วจึงใช้หมึกทาลงบนแผ่นไม้ และนำมาประกบลงบนกระดาษหรือผ้า ภาพพิมพ์ตะแกรงไหม (Silkscreen) ยกตัวอย่าง เช่น ลายสกรีนบนเสื้อยืด บนปกหนังสือหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กระบวนการในการสร้างสรรค์ค่อนข้างมาก แต่ก็สามารถผลิตผลงานออกมาได้มากเช่นเดียวกัน ภาพพิมพ์หิน (Lithography) เป็นกระบวนการพิมพ์ที่ใช้หลักการน้ำกับน้ำมันไม่เข้ากัน โดยวาดภาพด้วยดินสอไขหรือหมึกบนแผ่นหิน ภาพพิมพ์โลหะ (Etching) เป็นกระบวนการพิมพ์แบบร่องลึก คือการทำให้ผืนผิวของแม่พิมพ์ซึ่งเป็นทองแดงเกิดเป็นร่องลึกเข้าไปเพื่อจะได้นำสีหมึกอัดเข้าไปในร่อง แล้วนำเข้าเครื่องพิมพ์ เทคนิคนี้ส่วนใหญ่จะได้ภาพที่ละเอียด เห็นลายเส้นคมชัด ตัวอย่างเช่น ธนบัตร ตราสัญลักษณ์องค์กร ### 4. สื่อผสม หรือ สื่อใหม่ (New Media) จะเป็นสาขาวิชาที่ค่อนข้างหนักไปทางใช้ความคิดเพื่อสื่อสารแนวความคิด (Conceptual Art) ของศิลปินให้ออกมาเป็นภาพ หรือการแสดง อาจเป็นได้ทั้งภาพนิ่ง (Photo Art) หรือภาพเคลื่อนไหว (VDO Art) และการแสดง (Performance) หรือแม่กระทั้งสร้างขึ้นมาเองจากคอมพิวเตอร์ (Digital art/Animation) ภาพและการแสดงที่ออกมาบางครั้งอาจไม่สวยงามเหมือนทั่ว ๆ ไป แต่จะสามารถสะเทือนอารมณ์ และทำให้ผู้ชมตระหนักและเข้าใจถึงสิ่งที่ศิลปินพยายามสื่อสารออกมาได้ ### ทำงานอะไร เรียนต่ออะไร ตามความจริงก็คือเป็นสาขาที่ค่อนข้างมีสายอาชีพแคบ มีโอกาสหางานทำที่ได้เป็นรายเดือนลำบาก แต่โดยทั่วไปแล้ว คนที่เรียนจบออกมาในสาขาวิชานี้ จะมีความรัก ความชอบในการวาดรูป ชอบความเป็นอิสระ ส่วนใหญ่จึงมักประกอบอาชีพเป็นศิลปิน วาดภาพขาย แบ่งออกเป็น 2 แบบ 1. ศิลปิน คือคนที่มีฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ จะแสดงงานตามหอศิลป์ที่มีชื่อเสียง มีคนติดตามผลงานและสะสมผลงาน ซื้อขายกันในระบบของหอศิลป์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ 2. ช่างฝีมือ คือคนที่มีความสามารถทักษะสูง วาดภาพเหมือนได้ วาดวิวทิวทัศน์ได้ ลอกผลงานของศิลปินอื่นตามที่ลูกค้าสั่งได้ ภาพเหล่านี้จะเหมาะกับแต่งบ้าน โรงแรม สถานที่ต่าง ๆ ศิลปินส่วนใหญ่ถ้ามีความสามารถสูงก็มักจะได้เป็นอาจารย์ตามมหาวิทยาลัยและโรงเรียน บางคนก็อาจไปทำงานออกแบบต่าง ๆ ทั้งเรขศิลป์ แฟชั่น วาดภาพประกอบ ฝ่ายศิลป์ (Art Director) ฯลฯ สำหรับน้อง ๆ ที่เรียนจบทางทัศนศิลป์ก็สามารถไปเรียนทางทัศนศิลป์ได้โดยตรง หรือบางคนอาจจะขยับไปเรียนทางด้านการออกแบบเช่น ไปเรียนกราฟิก แฟชั่น เพิ่มเติมได้ ### การเตรียมตัวสอบทัศนศิลป์ ทักษะแรกที่ต้องมีคือทักษะการวาดเส้น เพราะเป็นพื้นฐานสำหรับการสอบเข้าทัศนศิลป์ทุกสาขา ต่อไปคือทักษะการจัดองค์ประกอบ ซึ่งรวมไปถึงการใช้สีประเภทต่าง ๆ เช่น สีโปสเตอร์ สีน้ำ สีอะครีลิค ฯลฯ โดยปกติน้องจะต้องมีเวลาเตรียมตัวอย่างน้อยประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นกับคณะที่น้องต้องการสอบด้วย เช่น ถ้าเลือกสอบจิตรกรรม ศิลปากร การแข่งขันสูงก็ต้องมีเวลาเตรียมตัวที่นานขึ้น แต่ถ้าเลือกม.เอกชน อาจจะไม่ต้องสอบแต่ยื่นพอร์ตเข้าได้โดยตรง รูปจาก - universaleverything.com - itsnicethat.com - booooooom.com - wikipedia.org --- ## รายชื่อคณะที่เรียนออกแบบและศิลปะ — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/รายชื่อคณะที่เรียนออกแบบและศิลปะ > รายชื่อคณะที่เรียนเกี่ยวกับการออกแบบและศิลปะ ทั้งภาคไทยและอินเตอร์ สรุปคะแนนและการยื่นพอร์ต คำแนะนำสำหรับการเลือกคณะ เกือบทุกคณะจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง น้อง ๆ จะต้องเข้าไปดูระเบียบการของแต่ละคณะซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเกือบทุกปี อย่าใช้ข้อมูลจากเว็บอื่นที่ไม่ใช่ของทางมหาวิทยาลัย และพยายามติดตามข่าวสารจากเพจหรือเว็บไซต์ของคณะเป็นประจำ (ข้อมูลปีการศึกษา 2569) ### จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย **คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์** - สาขาเรขศิลป์ (Graphic) - สาขาหัตถศิลป์ (Ceramic) - สาขามัณฑนศิลป์ (Fashion) - สาขานิทรรศการศิลป์ (Exhibition) **คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาทัศนศิลป์** - สาขาจิตรกรรม (Painting) - สาขาประติมากรรม (Sculpture) - สาขาภาพพิมพ์ (Printmaking) - สาขาสื่อผสมหรือสื่อใหม่ (New Media) **คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ** - ภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ - ภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม - ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง - ภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม - ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน - ภาควิชาเคหการ - การออกแบบนิเทศศิลป์ (นานาชาติ) (Communication Design) - การออกแบบสถาปัตยกรรม (นานาชาติ)(Architectural Design) ### มหาวิทยาลัยศิลปากร **คณะมัณฑนศิลป์** - สาขาวิชาการออกแบบภายใน (Interior Design) - สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ (Visual Communication Design) - สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) - สาขาวิชาประยุกต์ศิลปศึกษา (Applied Art Studies) - สาขาวิชาเครื่องเคลือบดินเผา (Ceramic Design) - สาขาวิชาการออกแบบเครื่องประดับ (Jewelry Design) - สาขาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย (Fashion Design) **คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์** สาขาวิชาทัศนศิลป์ - วิชาเอกจิตรกรรม - วิชาเอกประติมากรรม - วิชาเอกภาพพิมพ์ - วิชาเอกศิลปะไทย - วิชาเอกทฤษฎีศิลป์ - วิชาเอกสื่อผสม ### มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ **คณะศิลปกรรมศาสตร์** - สาขาวิชาการออกแบบสื่อสาร - สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ - การออกแบบแฟชั่น - การออกแบบเครื่องประดับ - การออกแบบภายใน - สาขาวิชาทัศนศิลป์ ### สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง **คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ** - ภาควิชาสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมหลัก - ภูมิสถาปัตยกรรม - ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน - ภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม ศิลปอุตสาหกรรม - สาขาวิชาการออกแบบประสบการณ์สำหรับสื่อบูรณาการ - ภาควิชานิเทศศิลป์ การถ่ายภาพ - นิเทศศิลป์ - ภาควิชาศิลปกรรม - สำนักงานบริหารหลักสูตรสถาปัตยกรรมสหวิทยาการนานาชาติ สาขาวิชาศิลปะสร้างสรรค์และภัณฑารักษ์ศึกษา (หลักสูตรนานาชาติ) - ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง **รายละเอียดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ (SOA+D) หลักสูตรนานาชาติ** - สถาปัตยกรรมศาสตร์ (Architectural Design) - สถาปัตยกรรมภายใน (Interior Architecture) - ภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape Architecture) - นวัตกรรมการออกแบบ (Design Innovation) - ออกแบบนิเทศศิลป์ (Communication Design) - การบูรณาการการออกแบบด้วยพหุปัญญา (MIDI) ### มหาวิทยาลัยกรุงเทพ **คณะศิลปกรรมศาสตร์** - สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ - Communication Design - สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่น - Fashion Design - สาขาวิชาศิลปะและการออกแบบ - Art and Design - Creative Communication Design (international program) ### มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาลัยนานาชาติ (MUIC) **หลักสูตรนานาชาติ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์** ### TCAS 2562 — ช่วงเวลาการสอบคณะที่เรียนด้านกราฟิก * ปฏิทินการสอบจะเริ่มตั้งแต่เดือน ธ.ค. น้อง ๆ ควรไปติดตามเพจภาควิชาหรือคณะที่จะสอบ เพราะแต่ละคณะมีช่วงเวลาสมัครและการยื่นพอร์ทแตกต่างกัน **เรขศิลป์ ศิลปกรรม จุฬาฯ** - ยื่นพอร์ตเดือน ธ.ค. - เกรดเฉลี่ยสะสม 2.00 ขึ้นไป - ไฟล์ DVD ผลงาน 15 - 20 ผลงาน ต้องมีงานที่วาดด้วยมือไม่น้อยกว่า 3 ผลงาน - มีสอบข้อเขียน **ออกแบบสื่อสารมศว** - ยื่นพอร์ตเดือน ธ.ค. - เกรดเฉลี่ยสะสม 2.00 ขึ้นไป - แฟ้มสะสมผลงานขนาด A4 ผลงาน 10 ชิ้น **นิเทศศิลป์ลาดกระบัง** - ยื่นพอร์ตเดือน ธ.ค. - เกรดเฉลี่ยสะสม 2.50 ขึ้นไป - แฟ้มสะสมผลงานขนาด A4 ผลงานศิลปะ 10 ชิ้น ผลงานออกแบบ 15 ชิ้น ผลงานจริง 1 ชิ้น - มีสอบข้อเขียน **นิเทศศิลป์ ศิลปากร** - ยื่นพอร์ตเดือน ธ.ค. - แฟ้มสะสมผลงานขนาด A4 วาดเส้นผลงานจริง 5 หัวข้อ งานออกแบบ ขนาด A4 1 ชิ้น เขียนอธิบาย และส่งแบบร่าง ไม่ต่ำกว่า 3 แบบ ### คำแนะนำสำหรับการเลือกคณะ **เรียนอะไร ทำงานอะไร** สิ่งแรกที่น้องต้องทำคือไปศึกษาว่าแต่ละคณะเรียนอะไร พี่ ๆ จบมาทำงานอะไร ใช่งานแบบที่เราอยากทำหรือไม่ ไปดูสถานที่เรียน บรรยากาศการเรียนว่าเราอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นรึเปล่า **ความยากง่ายในการสอบติด** มักจะเป็นไปตามโอกาสที่ดีในการทำงานหรือเงินเดือนตอนเรียนจบ คณะที่เข้าง่ายก็มักจะหางานยากหรือเงินเดือนต่ำกว่า หรือบางคณะเข้ายากเงินเดือนไม่สูงแต่มี connection ที่ดีมากก็ทำให้เรามีโอกาสเติบโตดีกว่า แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ที่คณะอะไรแต่เป็นตัวน้อง ๆ เองว่ามีความตั้งใจและอยากจะเก่งมากน้อยแค่ไหน เพราะทุก ๆ คณะและมหาวิทยาลัยก็มีคนเก่งและอ่อนผสมกันไปหมด งานไม่ว่าสาขาอะไรถ้าเราเก่งที่สุดยังไงเราก็ไม่ตกงาน **ช่วงเวลาสอบ** แต่ละคณะจะมีช่วงสอบและยื่นพอร์ตก่อนหลังแตกต่างกัน น้อง ๆ ต้องวางแผนให้รอบคอบ สำหรับคนที่เลือกคณะที่สอบทีหลังก็ควรไปทดลองสอบหรือยื่นพอร์ตคณะที่สอบก่อนเพื่อทำความคุ้นเคยกับห้องสอบและเป็นการซ้อมไปในตัว น้อง ๆ ทุกคนก็อยากจะสอบติดให้เร็วที่สุด เพราะเพื่อน ๆ บางคนสอบติดตั้งแต่ปลายปี แต่บางคนต้องรอถึงเดือนมีนาคมหรือช้ากว่านั้นกว่าจะได้สอบ ทำให้ในปัจจุบันคนที่เลือกสอบรอบหลังมีน้อยลง โอกาสสอบติดของคนที่ตั้งใจเอารอบหลังก็จะมีมากขึ้น **ค่าใช้จ่ายในการเรียน** ทั้งค่าเทอม ค่าเดินทาง ค่าอยู่อาศัย ค่าอุปกรณ์การเรียนของแต่ละคณะ เช่น คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป เครื่องปริ้นสำหรับคนเรียนกราฟิก ค่าตัดชุด จ้างนางแบบ ถ่ายรูป สำหรับคนเรียนแฟชั่น การเลือกเรียนคณะที่ไกลบ้านหรือค่าเทอมแพงมากอาจจะไม่ใช่การลงทุนที่ดีสำหรับเราก็ได้ รูปจาก - faa.chula.ac.th --- ## PDF คืออะไร — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/PDF-คืออะไร > ทำไมต้องมีไฟล์ PDF ข้อดีของไฟล์ PDF และการตั้งค่า export งานประเภทต่าง ๆ สำหรับส่งพอร์ต พิมพ์งาน และส่งโรงพิมพ์ เวลาที่เราส่งไฟล์งานให้เพื่อน ไม่ว่าจะเป็นไฟล์จากโปรแกรม Microsoft Word, Photoshop, Illustrator ก็จะต้องเคยเจอปัญหาเปิดไฟล์ไม่ได้ รูปไม่ขึ้น ไม่มีฟอนต์ หน้าตาเอกสารเปลี่ยนไปจากเดิม ส่งจากคอมไปมือถือก็เปิดดูไม่ได้ ฯลฯ ซึ่งไฟล์ PDF ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ บางคนก็ถามว่าถ้าอย่างนั้นทำไมเราไม่ save เอกสารนั้นเป็นรูป ทุกคนก็เห็นไฟล์เหมือนกันหมด วิธีก็แก้ปัญหาได้ถ้าเอกสารนั้นไม่ใหญ่มากและเราไม่ต้องการ copy ข้อความที่อยู่ในเอกสาร คำถามต่อมาคือ ถ้าไฟล์ PDF มีข้อดีอย่างนี้ ทำไมเราไม่ใช้ไฟล์ PDF แทน .doc .psd .ai ไปเลย เหตุผลก็คือไฟล์ PDF เป็นเหมือนไฟล์ที่เราใช้ดูข้อมูลเท่านั้น แต่เราไม่นิยมแก้ไขไฟล์ PDF โดยตรง (ในความเป็นจริงก็สามารถทำได้) เช่น ถ้าเราต้องการปรับสีรูป เราก็ควรไปทำใน photoshop ถ้าต้องการใส่เลขหน้า ก็ทำใน inDesign เพราะโปรแกรมเหล่านี้มีเครื่องมือที่เหมาะสมกว่า ### ข้อดีของไฟล์ PDF **เปิดที่ไหนก็มีหน้าตาเหมือนกัน** เป็นข้อดีที่เด่นชัดที่สุด อย่างไรก็ตามไฟล์ PDF มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ไฟล์ที่ save เป็น version ใหม่ ๆ ก็อาจจะเปิดแล้วไม่สมบูรณ์ถ้าใช้โปรแกรมเก่า แต่โปรแกรมที่เปิดไฟล์ PDF ก็มีดาวน์โหลดได้ฟรี ตัวที่นิยมที่สุดก็คงหนีไม่พ้น Acrobat Reader ซึ่งสร้างโดย Adobe นั่นเอง **ไฟล์มีขนาดเล็ก** ไฟล์ PDF เก็บข้อมูลแยกตัวอักษรกับรูปภาพออกจากกัน และมีการแนบฟอนต์ (embed) ที่ใช้ในเอกสารนั้นเข้าไปในไฟล์ด้วย ทำให้ทุกคนที่เปิดไฟล์จะเห็นเอกสารหน้าตาแบบเดียวกับที่เราเห็น นอกจากนี้ไฟล์ PDF ยังสามารถบีบย่อรูปในเอกสารให้มีขนาดเล็กหรือปรับคุณภาพของรูปให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ด้วย เราสามารถกำหนดคุณภาพของรูปและสื่อชนิดต่าง ๆ ในไฟล์ PDF ได้อย่างละเอียด เช่น สมมติเรามีไฟล์อาร์ตเวิร์คจะส่งโรงพิมพ์ต้องการให้รูปมีคุณภาพสูง ไฟล์ก็อาจจะมีขนาดใหญ่ 600MB แต่เราสามารถ save ไฟล์เดียวกันนี้ส่ง email ให้ลูกค้าดูโดยไฟล์อาจจะมีขนาดแค่ 1-2MB เท่านั้น **ความสามารถพิเศษอื่น ๆ** เช่น การแนบไฟล์เสียงหรือไฟล์วิดีโอ การสร้างแบบฟอร์มแบบสอบถามที่เราสามารถเปิดขึ้นมาติ๊ก ๆ แล้ว save ส่งคืนได้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์ การแบ่งภาพหรือตัวอักษรเป็นเลเยอร์คล้ายกับใน photoshop การเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย สามารถล็อคไฟล์ให้เปิดได้เฉพาะคนที่มี password เท่านั้น หรือแม้แต่ให้เปิดไฟล์ดูได้แต่ถ้าจะพิมพ์ก็ต้องมี password เป็นต้น ### การตั้งค่า export งานประเภทต่าง ๆ น้อง ๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย อาจจะต้องส่งพอร์ตโฟลิโอเป็น PDF วันนี้เราก็จะมาดูกันครับว่าเราจะตั้งค่าการ export ไฟล์ PDF จากโปรแกรม inDesign หรือ Illustrator ยังไงบ้าง (ภาพตัวอย่างมาจากโปรแกรม Illustrator แต่ก็เหมือนกันกับ inDesign แทบทุกอย่างครับ) **กรณีส่งพอร์ตเป็น DVD หรือ email** ถ้าจะส่งพอร์ตในลักษณะเป็นไฟล์ PDF ปกติทางมหาวิทยาลัยจะให้ write ลงแผ่น DVD หรือส่ง email พอร์ตของน้อง ๆ มักจะมีไม่เกิน 20 หน้า ดังนั้นไฟล์ที่ได้ไม่ควรให้มีขนาดใหญ่เกิน 20-30MB ครับ ถ้าใหญ่กว่านี้จะดาวน์โหลดหรือเปิดจากแผ่น DVD ได้ช้า การตั้งค่าแบบนี้เหมาะสำหรับงานที่ดูบนจอคอมหรือฉายขึ้นโปรเจ็คเตอร์ ความละเอียดของรูปที่ตั้งไว้ครอบคลุมไปถึงจอคอมที่ละเอียดมาก ๆ เช่นจอ retina ของเครื่อง Mac ด้วยครับ ก่อนอื่นให้เลือก Adobe PDF Preset เป็น Smallest File Size แล้วติ๊กและเปลี่ยนเลขช่อง compression ให้เหมือนในภาพด้านล่างครับ ช่องอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงคือไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไร **กรณีนำไฟล์ไปพิมพ์ร้านปริ้นงานทั่วไป** ถ้าใครจะเอาไปปริ้นที่ร้านทั่ว ๆ เลือก Adobe PDF Preset: High Quality Print ได้เลยครับ ในช่อง Preserve Illustrator Editing Capabilities สามารถติ๊กออกได้ถ้าไม่ได้จะเอาไปแก้ไขอะไรเพิ่มเติมใน Illustrator เพราะจะช่วยให้ไฟล์เล็กลงอีกนิดนึงครับ **กรณีนำไฟล์ไปพิมพ์ที่โรงพิมพ์** ถ้าใครจะเอาไปส่งโรงพิมพ์และพอจะเข้าใจเรื่องการตัดตกก็สามารถ save แบบด้านล่างนี้ได้ครับ แต่ทางที่ดีที่สุดคือควรจะถามโรงพิมพ์ว่าต้องการให้ save แบบไหนเพราะงานพิมพ์แต่ละประเภทต้องการการตั้งค่าไม่เหมือนกันโดยเฉพาะงานพิมพ์ที่ต้องการควบคุมความเที่ยงตรงของสีอย่างละเอียด ### รายละเอียดของการตั้งค่าช่อง Adobe PDF Preset **Adobe Illustrator Default** ใช้สำหรับเอาไฟล์ PDF นี้ไปเปิดในโปรแกรม PDF Reader ทั่วไป เช่น preview ใน mac หรือ Acrobat Reader และใช้เปิดในโปรแกรม Illustrator เพื่อแก้ไขไฟล์ได้ด้วย เรียกได้ว่าเหมือนกับ save เป็นไฟล์ .ai ปกติ preset นี้มีข้อแตกต่างที่ชัดเจนกับ preset อื่น ๆ คือจะไม่มีการย่อรูปไฟล์ใด ๆ เลย ส่วน preset อื่นจะมีการย่อรูปให้เหมาะสมการการใช้งานนั้น ๆ ครับ **PDF/X-1a:2001, PDF/X-3:2002, PDF/X-4:2008** เป็น PDF แบบที่เอาไว้ใช้กับงานสิ่งพิมพ์โดยเฉพาะ X-1a:2001 เป็นมาตรฐานโรงพิมพ์ทั่วไป ส่วน X-3:2002 และ X-4:2008 ก็จะมีความสามารถในด้านการจัดการเรื่องสีมากขึ้น ถ้าน้อง ๆ จะไปพิมพ์งานที่โรงพิมพ์ก็ควรถามทางโรงพิมพ์นะครับว่าควร save เป็นเวอร์ชั่นไหน ถ้าไม่แน่ใจเลือก PDF/X-1a:2001 ครับ **High Quality Print** เอาไว้สำหรับไปพิมพ์งานที่บ้านหรือร้านพิมพ์งานทั่วไป **Press Quality** เหมือน High Quality Print แต่ว่าจะมีการ convert สีให้เหมาะกับเครื่องพิมพ์ที่ใช้ทดลองพิมพ์ในโรงพิมพ์ การตั้งค่าต่าง ๆ ควรจะสอบถามทางโรงพิมพ์เพิ่มเติมนะครับ **Smallest File Size** ไฟล์จะมีขนาดเล็ก แต่ความละเอียดของรูปจะถูกปรับให้ต่ำลง เหมาะสำหรับใช้ส่ง email หรือไฟล์เอกสารทั่วไปที่ไม่เน้นคุณภาพของรูปหรือไม่มีรูป (ถ้าต้องส่งพอร์ตทาง email หรือ DVD อย่าใช้ preset นี้นะครับ รูปจะมีคุณภาพต่ำเกินไป) ### รายละเอียดของการตั้งค่าช่อง General **Preserve Illustrator Editing Capabilities** ช่องนี้เราจะติ๊กถูกก็ต่อเมื่อเราเลือก preset: Adobe Illustrator Default เท่านั้นครับ เพราะ preset อื่น ๆ จะย่อขนาดรูป **Embed Page Thumbnail** คือให้สร้าง Screenshot ของแต่ละหน้าไว้ด้วย เวลาเปิดในโปรแกรมจะได้เห็นใน thumbnail ได้ทันที ไม่ต้องรอสร้างใหม่ **Optimize for Fast Web View** จะทำให้การเปิดดูบน Web เปิดได้เร็วขึ้น โดยการปรับโครงสร้างของไฟล์ทำให้สามารถดูเอกสารได้โดยไม่ต้องรอให้ข้อมูลโหลดเสร็จทั้งหมดก่อน **View PDF After Saving** คือถ้า save เสร็จแล้วจะให้ทดลองเปิดไฟล์ดูเลยหรือไม่ **Create Acrobat Layer from Top-Level Layers** คือจะให้แยกรูปหรือตัวอักษรเป็น Layer หรือไม่ ถ้าน้อง ๆ จะเอาไฟล์นี้ import เข้าไปใน inDesign ก็อาจจะมีประโยชน์ครับ เพราะสามารถจะเลือกซ่อนหรือแสดง Layer ของ Illustrator ได้จากใน inDesign โดยตรงไม่ต้องเข้าไปแก้ใน Illustrator ถ้าไม่ได้จะใช้ความสามารถนี้ก็ติ้กออกครับเพราะทำให้ไฟล์ใหญ่ขึ้น อีกกรณีคือเราสามารถทำอาร์ตเวิร์คแยก Layer กันไว้ แล้วสั่งให้โรงพิมพ์ พิมพ์แต่ละ Layer แยกกันก็ได้ เช่น เอกสารมีรูป ตำแหน่งรูปเหมือนกันทุกอย่าง แต่ต้องทำ 2 ภาษา ก็สามารถแยก Layer ของแต่ละภาษาไว้ได้เลย รูปจาก - pixeden.com --- ## ไฟล์ที่นักกราฟิกต้องรู้จัก — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/ไฟล์ที่นักกราฟิกต้องรู้จัก > ไฟล์รูป JPG PNG GIF SVG RAW TIF ไฟล์อาร์ตเวิร์ค AI PSD INDD ไฟล์ฟอนต์ TTF OTF WOFF สำหรับนักออกแบบกราฟิก ### ไฟล์รูป ปัญหาของไฟล์รูปที่เราเจอบ่อย ๆ คือ Save แล้วรูปไม่ชัด ไฟล์ใหญ่ส่ง email ไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการใช้ฟอร์แมตที่ไม่เหมาะสมกับภาพประเภทนั้น ๆ การเลือกใช้ไฟล์ให้ถูกจะได้รูปคุณภาพดี ขนาดไฟล์เล็ก เปิดไฟล์ได้เร็ว คอมไม่ค้าง ไปดูกันเลยครับว่าเราควรจะรู้จักไฟล์อะไรบ้าง ### JPG หรือ JPEG - เหมาะกับ ภาพถ่าย ภาพที่มีสีเยอะ ๆ - ไม่เหมาะกับ ภาพที่มีตัวอักษรเล็ก ๆ เพราะจะมี noise ที่เห็นได้ชัด - คุณสมบัติ เลือกคุณภาพได้ตั้งแต่ 0-100 แต่ไม่สามารถทำพื้นใสได้ ### PNG - เหมาะกับ ภาพสีแบน ๆ งานที่ไล่สีที่สม่ำเสมอ ภาพกราฟิก ภาพตัดทอน - ไม่เหมาะกับ ภาพถ่ายเกือบทุกประเภทเพราะไฟล์จะใหญ่มาก - คุณสมบัติ คุณภาพเหมือนต้นฉบับ ทำพื้นใสได้ 256 ระดับ หมายถึง ไล่ได้ตั้งแต่ทึบ ๆ ถึงใส ๆ บาง ๆ (ภาพ GIF ทำพื้นใสได้ระดับเดียว) ### GIF - เหมาะกับ ภาพที่สีไม่เกิน 256 สี ต้องการภาพเคลื่อนไหวแต่ไม่อยากทำเป็น video - ไม่เหมาะกับ ปัจจุบันใช้ฟอร์แมตอื่นแทนได้ทั้งหมด ควรเลี่ยงการใช้ GIF - คุณสมบัติ ทำพื้นใสได้ ทำภาพเคลื่อนไหวได้ แต่ไฟล์มีขนาดใหญ่มาก โหลดช้าและกินแบตเครื่อง ### SVG (Scalable Vector Graphics) SVG เป็นการเก็บภาพแบบ Vector ซึ่งแตกต่างจากไฟล์ Bitmap (หมายถึงรูปที่เก็บข้อมูลเป็น pixel เป็นจุด ๆ) เช่น ไฟล์ JPG PNG GIF TIFF โดยภาพแบบ Vector จะเก็บข้อมูลโดยใช้สมการคณิตศาสตร์ ไฟล์ svg นี้ยังเหมาะกับการใช้บนเว็บไซต์มาก เพราะรูปกราฟิกต่าง ๆ บนเว็บไซต์จะมีความคมชัด ไม่ว่าจะดูบนจอธรรมดาหรือของโทรศัพท์ที่ความละเอียดสูง ไฟล์มีขนาดเล็กมากอาจจะเล็กกว่า JPG หรือ PNG ได้ตั้งแต่ 10-1000 เท่า - เหมาะกับ ภาพแบบ vector เช่น logo icon ที่เป็นรูปร่างเรขาคณิต สีน้อย - ไม่เหมาะกับ ภาพถ่าย - คุณสมบัติ ขยายขนาดได้โดยภาพไม่แตก ไฟล์เล็กมาก ### RAW, DNG (Digital Negative) กล้องจะถ่ายรูปออกมาเป็นไฟล์ JPG หรือไฟล์ RAW ไฟล์ JPG เป็นไฟล์ที่พร้อมใช้งาน เอาไปใส่ในเว็บ หรือส่ง email ได้ทันที แต่ไฟล์ RAW เป็นไฟล์ที่ต้องนำไป Process/Develop ในโปรแกรมเช่น Lightroom หรือ Photoshop คำว่า Process เทียบได้กับการล้างฟิล์มนั่นเอง ช่างภาพส่วนใหญ่ก็นิยมใช้ไฟล์ RAW มากกว่า JPG เพราะสามารถนำไปปรับสีปรับแสงได้ง่ายกว่า เพราะไฟล์ RAW เก็บความละเอียดของสีมากกว่า เช่น ใน JPG เราอาจจะไล่สีขาวไปดำได้ 256 ระดับ แต่ไฟล์ RAW อาจจะไล่สีขาวไปดำได้ถึง 4096 ระดับ กล้องแต่ละยี่ห้อจะสร้างไฟล์ RAW เป็นนามสกุลของตัวเอง เช่น Nikon — NEF, Canon — CRW / CR2, Fuji — RAF, Olympus — ORF, Sony — ARW / SR2 / SRF Adobe จึงสร้างไฟล์ DNG ขึ้นมาเพื่อแปลงไฟล์เหล่านี้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อจะได้เปิดใน Lightroom หรือ Photoshop ได้ * ข้อควรระวัง ไฟล์ DNG หรือ RAW ไม่ใช่รูปสำหรับเอาไปพิมพ์หรือใช้งานทั่วไป ต้องนำไปแปลงเป็นไฟล์ประเภทอื่น เช่น JPG, TIFF ก่อนจะใช้งานได้ ### TIF หรือ TIFF รูปที่เรากล่าวมาทั้งหมดด้านบนสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ - Lossy แปลว่ารูปนั้นคุณภาพด้อยกว่าต้นฉบับ - Lossless แปลว่ารูปนั้นคุณภาพเท่ากับต้นฉบับ สาเหตุที่เราต้องใช้รูปแบบ Lossy ก็เพราะว่าขนาดไฟล์ที่เล็กกว่าแบบ Lossless มาก แต่เมื่อเราต้องการรูปคุณภาพสูงสุด เราก็จำเป็นต้องใช้รูปแบบ Lossless ซึ่งได้แก่ PNG DNG RAW และ TIF นั่นเอง ไฟล์ TIF เป็นไฟล์ที่สามารถทำพื้นใสได้ แบ่งเลเยอร์ได้ แต่ก็มีบางโปรแกรมที่ไม่รองรับความสามารถนี้ และส่วนใหญ่เราก็ใช้งาน Photoshop ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปอยู่แล้ว ในปัจจุบันเราจึงพบการใช้งานไฟล์ PSD มากกว่า ### ไฟล์อาร์ตเวิร์ค ไฟล์ของโปรแกรม Photoshop, Illustrator เรามักจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าไฟล์ "อาร์ตเวิร์ค" ไฟล์อาร์ตเวิร์คก็คือไฟล์ต้นฉบับ เรามักจะส่งไฟล์นี้ไปให้โรงพิมพ์เพื่อพิมพ์งาน และยังมีไฟล์อีกประเภทที่เรียกว่าไฟล์ PDF ซึ่งเหมาะสมกับการส่งให้โรงพิมพ์มากที่สุด ### Ai (Adobe Illustrator) เป็นไฟล์ของ Illustrator โดยในไฟล์จะมีได้ทั้งข้อมูลภาพแบบ Vector Bitmap และตัวหนังสือ - ไฟล์ .ai โดยปกติจะสามารถเปิดด้วยโปรแกรมดู PDF ได้เลย (แต่จะแก้ไขไฟล์ไม่ได้) - ตอน save ถ้าติ๊กเอา Create PDF Compatible File ออกไฟล์จะเล็กลงแต่เปิดในโปรแกรม PDF ไม่ได้ (ยังเปิดมาแก้ใน Illustrator ได้ปกติ) - เวลา save ไฟล์ .ai ไปทำงานเครื่องอื่นควรเลือก file > package เพราะจะเอารูปและฟอนต์ไปด้วย ### PSD (Adobe Photoshop) ไฟล์ PSD น่าจะเป็นไฟล์ตัวหนึ่งที่นักกราฟิกคุ้นเคยที่สุด เป็นไฟล์ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นมาก เก็บตัวอักษร ทำพื้นใสก็ได้ ทำภาพเคลื่อนไหวได้ แยกเลเยอร์ได้ ฯลฯ ทุกอย่างนี้แลกกับขนาดไฟล์ที่ใหญ่มาก ๆ ไฟล์ PSD บางไฟล์ อาจจะใหญ่ถึง 2GB ก็มี - เราสามารถ import รูปภาพพื้นใสโดยใช้ไฟล์ .psd ได้โดยตรงไม่ต้องไปทำเป็น .png ก่อน - ถ้าไฟล์ .psd มีขนาดใหญ่ เราสามารถทำให้ไฟล์เล็กลงด้วยการรวม layer เข้าด้วยกันได้ - การทำไฟล์ artwork ขนาดใหญ่ เช่นป้ายโฆษณาบนทางด่วน เราจะตั้ง resolution ต่ำมาก ๆ อาจจะเพียง 10-30 dpi แต่งานที่ออกมาก็ดูชัดปกติ เพราะเราดูจากระยะไกลมาก ### INDD (Adobe InDesign) โปรแกรม inDesign คือโปรแกรมที่ไว้จัดเลเอาท์ของสื่อสิ่งพิมพ์เป็นหลัก มีเครื่องมือที่เหมาะกับการทำอะไรซ้ำ ๆ ทำเหมือน ๆ กันหลาย ๆ หน้า สามารถ export เป็น PDF หรือในลักษณะของ ebook ก็ได้ - ถ้าอยาก save งานไปเปิดใน inDesign รุ่นเก่า ๆ ให้ save เป็น .idml - โปรแกรม inDesign สามารถ package งานได้ รูปและฟอนต์ที่เราใช้ในงานจะถูก save อยู่ในโฟลเดอร์เดียวกันทั้งหมด - งานที่มีจำนวนหน้าน้อย ๆ เช่นไม่เกิน 8 หน้า เราอาจจะใช้ illustrator ทำงานนั้นแทนก็ได้ - ใน inDesign มีเครื่องมือการจัดตัวอักษรที่ advance ที่สุดในโปรแกรมทั้งหมดของ adobe ### ไฟล์ฟอนต์ **TTF (TrueType Font)** เป็นไฟล์มาตรฐานมานานเกือบ 30 ปี ข้อดีคือทุกโปรแกรมในปัจจุบันสามารถใช้ฟอนต์ประเภทนี้ได้ ผู้ผลิตฟอนต์ก็คุ้นเคย ทำให้มีฟอนต์มากมายให้เลือกใช้ในฟอร์แมตนี้ **OTF (OpenType Font)** เป็นมาตรฐานใหม่ มีความสามารถบางอย่างเหนือกว่า TTF เช่น เวลาตัว Th เขียนต่อกัน ตัวฟอนต์สามารถเชื่อม Th เข้าด้วยกันทำให้ดูสวยงามขึ้น การจัดการภาษาที่รองรับภาษาทุกภาษา ข้อเสียคือมีความซับซ้อนในการผลิตและออกแบบ **WOFF, WOFF2 (Web Open Font Format)** เป็นมาตรฐานฟอนต์ที่ใช้บนเว็บไซต์ จุดเด่นคือไฟล์มีขนาดเล็กมาก แต่ browser เก่า ๆ จะไม่รู้จักไฟล์ประเภทนี้ **EOT (Embedded Open Type)** เป็นไฟล์ฟอนต์ที่ใช้บนเว็บไซต์ รองรับเฉพาะ Internet Explorer ปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้ว **SVG (Scalable Vector Graphics)** เป็นตัวเดียวกับฟอร์แมตรูปที่อธิบายไว้ในหัวข้อไฟล์รูป ปัจจุบันเลิกใช้แล้วเพราะไฟล์มีขนาดใหญ่ --- ## การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สำหรับเรียนกราฟิก — มานะสตูดิโอ URL: https://manastudio.net/การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สำหรับเรียนกราฟิก > เลือก Mac หรือ Windows ดี สเป็กคอมพิวเตอร์สำหรับเรียนกราฟิก เมาส์ปากกาและ iPad อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ### เลือก Mac หรือ Windows ดี Macbook Air 13 นิ้ว คือตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนและนักศึกษา ใช้ได้ตั้งแต่รุ่น M1 ที่มี Ram 16GB ขึ้นไป **เหตุผลที่จะเลือก Mac** - สีของจอได้มาตรฐาน (windows ก็สีตรงแต่ต้องดูสเป็กให้เป็น) - ทำงานร่วมกับ iPhone ได้ดี เช่นการส่งไฟล์ให้ตัวเองด้วย Airdrop - Trackpad ดีกว่าเครื่อง Windows มาก - ลำโพงกับไมค์ที่มากับเครื่องรุ่นใหม่ ๆ ค่อนข้างดี body ทน - จอภาพมีอัตราส่วน 16:10 เทียบกับเครื่อง Windows มักจะมีอัตราส่วน 16:9 ทำให้มีพื้นที่ทำงานในแนวตั้งมากกว่า เช่น สามารถเห็นเครื่องมือใน Photoshop ครบ ** ข้อนี้สำคัญมาก ** **เหตุผลที่จะเลือก Windows** - ต้องทำงานกับโปรแกรม 3D เยอะ - ต้องตัดต่อ Video บ่อย ๆ - ชอบเล่นเกม ### การเลือกสเป็กคอมพิวเตอร์ สำหรับการทำงานกราฟิกที่ไม่ได้เน้นงาน 3 มิติ เช่น การจัดเลย์เอาท์ ออกแบบโปสเตอร์ ปรับแต่งรูป ใช้โปรแกรมพวก Photoshop, Illustrator ให้เรียงลำดับความสำคัญตามนี้ - RAM อย่างน้อยสุด 8GB แต่ถ้าให้ดีควรจะมี 16GB (ไม่ต้องถึง 32GB) - จอภาพ ความละเอียดอย่างน้อย 1920x1080 แสดงผลสี sRGB ได้ 100% - Storage หรือความจุเครื่อง อย่างน้อย 256GB เป็นแบบ SSD เท่านั้น - CPU ไม่ต้องแรงมากก็ได้ ไม่ค่อยมีผลถ้าไม่ได้ทำงานตัดต่อ Video ### เมาส์ปากกาและ iPad **เหตุผลที่จะซื้อเมาส์ปากกา** เหตุผลหลักที่จะซื้อคือ เมาส์ปากกาสามารถรับแรงกดหนักเบา ซึ่งแปลงไปเป็นน้ำหนักหรือความหนาของเส้นได้ แต่เมาส์ปกติจะทำไม่ได้ ดังนั้นงานประเภทวาดรูปหรือ Retouch ภาพก็จะได้ประโยชน์จากความสามารถนี้ แต่ถ้าทำงานทั่ว ๆ ไป เช่น วาดโลโก้ วาด Icon ในโปรแกรม Illustrator งานจัด Layout งานลักษณะนี้จะไม่ได้ใช้ประโยชน์ของเมาส์ปากกาเลย **เหตุผลที่จะซื้อ iPad** เหตุผลที่จะซื้อ iPad ก็คล้าย ๆ กับที่จะซื้อเมาส์ปากกา เหมาะเป็นเครื่องมือใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ พกพาง่าย นำงานไปให้ครูหรือลูกค้าตรวจได้สะดวกมาก ### อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ถ้าจะซื้อให้เรียงลำดับความสำคัญดังนี้ - ปริ้นเตอร์ (Printer) ถ้าต้อง Present งานบ่อย ๆ เช่น ต้องปริ้นงานทุกอาทิตย์ ทุก 2-3 วัน แนะนำเป็นปริ้นเตอร์ขนาด A3 แบบ inkjet เพราะจะปริ้นงานใหญ่และกระดาษหนาประมาณกระดาษ 100 ปอนด์ได้ (ปริ้นเตอร์แบบ laser จะมีราคาแพงกว่า 3-5 เท่าและไม่สามารถดูดกระดาษหนา ๆ เข้าไปพิมพ์ได้) - อุปกรณ์สำรองข้อมูล (External Hard Drive) จำเป็นมากสำหรับคอมพิวเตอร์ที่มีความจุน้อย ช่วยในลดความเสี่ยงเมื่อคอมพิวเตอร์เสียหรือทำคอมพิวเตอร์หาย แนะนำว่าไม่ควรซื้อความจุเกิน 1TB ถ้าเป็นไปได้ควรจะซื้อตัวเล็ก 500GB หลาย ๆ ตัวจะปลอดภัยกว่า - กล้องถ่ายรูป (Camera) สำหรับคนที่ต้องถ่ายรูปบ่อย หรือใช้รับงานถ่ายรูปไปด้วย แต่ถ้าไม่ได้ใช้บ่อย เช่น ถ่ายงานแค่เดือนละ 1-2 ครั้งก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ ใช้กล้องในมือถือก็ได้ - สแกนเนอร์ (Scanner) สำหรับคนที่วาดรูปแล้วต้องสแกนไปปรับหรือลงสีในคอม ถ้าต้องทำอยู่ทุกอาทิตย์ก็ควรซื้อเพราะช่วยประหยัดเวลาได้ - จอภาพใหญ่ (Display) ถ้าใครทำงานพวกจัด Layout หรือตัดต่อ Video บ่อย ๆ ก็ควรซื้อเพราะทำให้มีพื้นที่ในการทำงานเพิ่มขึ้น แนะนำเป็นขนาด 24 นิ้วขึ้นไป รูปจาก - apple.com - wacom.com - canon.com